ปฏิทินการปฏิบัติงานฝ่ายวางแผนฯ

ปฏิทินการปฏิบัติงานด้านการวางแผนและประกันคุณภาพการศึกษา
-ขับเคลื่อนแผนงานพัฒนาโรงเรียนมาตรฐานสากลตลอดปี 2556-57
-รายงานการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 2556 (มีนาคม 2557)
-รายงานประจำปีฉบับเผยแพร่ (มี.ค.-พ.ค. 2557)

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Roadmap การปฏิรูปการศึกษา ปี 2558-2564

ร่าง Roadmap การปฏิรูปการศึกษา ปี 2558-2564 โดยเน้น ประเด็นหลัก
ปลัด ศธ.กล่าวว่า ศธ.ได้รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานตามแนวทางของหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา และข้อสั่งการของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  โดยเฉพาะการจัดทำร่าง Roadmap การปฏิรูปการศึกษา ที่จะต้องเชื่อมโยงและส่งข้อเสนอให้สภาปฏิรูปประเทศไทยต่อไป โดยมีกรอบแนวทางปฏิรูปการศึกษา ใน 6 ประเด็น ได้แก่
1) ปฏิรูปครู  อาทิ รื้อระบบบริหารบุคคล เพื่อให้ได้คนเก่งคนดีมาเป็นครู ทบทวนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ  กำหนดมาตรการให้ครูอยู่ประจำห้องเรียนและผู้บริหารอยู่ประจำโรงเรียน  พัฒนาครูอย่างเป็นระบบ ตลอดจนการกระจายครูที่เหมาะสม เป็นต้น
2) เพิ่ม-กระจายโอกาสและคุณภาพอย่างทั่วถึง เท่าเทียม  อาทิ พัฒนาระบบการศึกษาทางไกล  พัฒนาเครือข่ายโรงเรียนให้เข้มแข็ง  ปรับเงินอุดหนุนรายหัวทุกระดับ ทุกประเภทให้เป็นธรรม ให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำหนดช่วงเวลาให้ทุกสื่อจัดรายการเพื่อการศึกษาในช่วงที่เหมาะสม  ควบคุมร้านเกมทั้งเวลาเปิดปิดและเนื้อหาสาระ  การพัฒนาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้  เร่งรัดพระราชบัญญัติวิทยาลัยชุมชน เป็นต้น
3) ปฏิรูประบบการบริหารจัดการ  อาทิ ทบทวนโครงสร้างและบทบาท ศธ. และการบริหารในพื้นที่  กระจายอำนาจการบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนหรือพื้นที่เป็นฐาน การแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน  เพิ่มอิสระในการบริหารและสามารถตรวจสอบได้แก่โรงเรียนและสถานศึกษา  ทบทวนเรื่องต่างๆ ทั้งวิธีการประเมินของหน่วยงานประเมินต่างๆ วิธีการได้มาของตัวแทนภาคส่วนต่างๆ ในคณะกรรมการ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และพระราชบัญญัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเอกชนและภาคประชาสังคม และรื้อระบบจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษา ระบบเงินอุดหนุนรายหัว เป็นต้น
4) การผลิตและพัฒนากำลังคน เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน  อาทิ ปรับหลักสูตรอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาที่ตอบสนองความต้องการพัฒนาประเทศ จัดทวิภาคี สหกิจศึกษาเข้มข้น ให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมตลอดกระบวนการ  เร่งใช้ระบบคุณวุฒิวิชาชีพ  ผลิตและพัฒนานักวิจัยระดับปริญญาเอก เพื่อวิจัยและสร้างนวัตกรรม/เทคโนโลยีแก่ประเทศ เป็นต้น
5) ปฏิรูปการเรียนรู้  อาทิ เร่งแก้ปัญหาอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ให้ซ้ำได้  ปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเน้นความเป็นพลเมือง ประวัติศาสตร์ ระเบียบ วินัย ศีลธรรม คุณธรรมจริยธรรม ทักษะในศตวรรษที่ 21 อาชีพ และการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ  พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนที่ห้องเรียน  ส่งเสริมเด็กที่มีความสามารถพิเศษ ขยายผลต้นแบบ/การนำร่องรูปแบบที่ดี เช่น โรงเรียนสัตยาไส โรงเรียนวิถีพุทธ ซึ่งจะนำไปสู่การปฏิรูปแบบ Bottom Up
6) ปรับระบบการใช้ ICT เพื่อการศึกษา  อาทิ จัดทำแผนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา โดยพัฒนาเนื้อหาสาระ สื่อต่างๆ มีระบบรับรองและควบคุมคุณภาพและมาตรฐานเนื้อหา เตรียมความพร้อมของครู โครงสร้างพื้นฐาน และระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต  ยกเว้นภาษีอากรการนำเข้าอุปกรณ์ สื่อเพื่อการศึกษา : BOI การศึกษา เป็นต้น 

คสช.กับการปฏิรูปการศึกษา

ปฏิรูปการศึกษายุค คสช.
โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์
ถ้านับการปฏิวัติ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นจุดเริ่มต้น ปรากฏการณ์ความเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาที่เกิดขึ้นมาตามลำดับ ได้แก่ การยกเลิกนโยบายประชานิยมแจกแท็บเล็ตให้นักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เดิมจะเปลี่ยนมาเป็นห้องเรียนอัจฉริยะ หรือสมาร์ท คลาสรูม
ต่อมาเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาล มีรัฐมนตรีว่าการและช่วยว่าการ รวม 3 คน สะท้อนนัยการให้ความสำคัญกับปัญหาการศึกษา ยังไม่ตอบรับห้องเรียนอัจฉริยะ แต่เปลี่ยนมาเป็นมุ่งเน้นใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยขยายผล พัฒนาระบบการจัดการศึกษาทางไกลแทน ซึ่งเริ่มดำเนินการแล้ว
ขณะที่เกิดปรากฏการณ์ทางการบริหารที่แตกต่างไปจากแนวทางการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบของฝ่ายนโยบายที่ทำตามกันมา ซึ่งแต่ก่อน รัฐมนตรีว่าการฯจะกำกับดูแลหน่วยงานหลักที่มีสถานศึกษา บุคลากรและงบประมาณมากที่สุดคือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ปรากฏว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการปัจจุบันมอบหมายหน่วยงานหลักดังกล่าวให้กับรัฐมนตรีช่วย เพื่อผลักดันนโยบายใช้เทคโนโลยีเพื่อจัดการศึกษาทางไกลให้เกิดผลสัมฤทธิ์กว้างขวางออกไป โดยรัฐมนตรีว่าการเลือกกำกับดูแลหน่วยงานด้านการอาชีวศึกษา คือ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาด้วยตัวเอง
แนวทางการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบดังกล่าวสะท้อนนัยถึงการให้ความสนใจ วางน้ำหนักไปที่การศึกษาด้านอาชีวะ การศึกษาเพื่ออาชีพและการมีงานทำ ซึ่งสอดคล้องกับสภาพปัญหาการขาดแคลนช่างเทคนิคระดับกลางและระดับสูง และทิศทางในอนาคตเพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักการเป็นประเทศรายได้ปานกลางสู่รายได้สูงด้วยการยกระดับกำลังแรงงานจากไร้ฝีมือ ผลตอบแทนและผลผลิตต่ำ พัฒนาเป็นแรงงานฝีมือที่มีคุณภาพ
นโยบายนี้จะส่งผลไปถึงสถานศึกษาระดับพื้นฐาน ปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนเห็นคุณค่าของการทำงาน การใช้ทักษะฝีมือ สามารถปฏิบัติได้จริงด้วยหรือไม่ น่าติดตาม
ด้วยการส่งเสริมการศึกษาสายอาชีพตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษา สร้างหลักสูตรเพื่อให้เด็กค้นพบตัวเองเสียแต่เนิ่นๆ รู้ความสามารถ ความถนัด ความชอบของตน ประกอบการตัดสินใจเลือกทางเดินในอนาคตระหว่างสายสามัญกับสายอาชีพ การพลิกฟื้นโรงเรียนมัธยมแบบประสมที่เคยจัดการศึกษารุ่งเรืองมาตั้งแต่ยุค 2510 แต่ถูกยกเลิกไปจะกลับมาทำจริงจังกันอีกครั้งหรือไม่
ปรากฏการณ์ต่อมาคือ การประกาศตัวของผู้ทรงคุณวุฒิเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปสายการศึกษามีจำนวนมากที่สุด สะท้อนถึงความสนใจ ความตระหนัก และความปรารถนาที่จะเข้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหาระบบการศึกษาไทยอย่างมีนัยอีกเช่นกัน
ตามมาด้วยปรากฏการณ์ที่กำลังขยายตัวให้จับตาต่อไปคือ ประเด็นการปฏิรูปการศึกษาด้วยการทบทวนโครงสร้างการจัดองค์กรบริหารการศึกษา ผ่าตัดกระทรวงศึกษาธิการใหม่
แยกสภาการศึกษาแห่งชาติกลับไปสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีเหมือนในอดีต แบ่งอุดมศึกษาออกไปตั้งเป็นทบวงมหาวิทยาลัย ภายใต้ชื่อทบวงอุดมศึกษาและการวิจัย หรืออะไรก็ตาม
พร้อมกันนี้ เริ่มมีการขยับตัวด้านบริหารอาชีวศึกษา จะยกฐานะขึ้นเป็นทบวงอาชีวะเช่นกัน ทำให้สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาส่วนหนึ่งต้องเลือกตัดสินใจใหม่ว่าจะอยู่ใต้สังกัดใดดี อาทิ เทคโนโลยีราชมงคล วิทยาลัยชุมชน เป็นต้น
ส่งผลทำให้ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเริ่มหวนคิดถึงทบวงการศึกษาขั้นพื้นฐานขึ้นมาบ้าง ขณะที่การศึกษาตามอัธยาศัย การศึกษาตลอดชีวิต กำลังมองหาว่าจะมีช่องทางใดจะเติบใหญ่ มีอิสระและคล่องตัวยิ่งขึ้น
ปรากฏการณ์ทางการศึกษาที่ผมลำดับมาตามนี้ ล้วนท้าทายทั้งฝ่ายกำหนดนโยบายยุคทำได้ ทำจริง ทำทันที กับฝ่ายคิดยุทธศาสตร์และมาตรการทางปฏิบัติที่ควรจะเป็นคือสภาปฏิรูปแห่งชาติด้านการศึกษา
แนวคิด นโยบาย และข้อเสนอของทั้งสองฝ่ายจะมาบรรจบพบกันอย่างไร เมื่อไหร่
จะมีการสุมหัวเพื่อหาจุดลงตัวในประเด็นโครงสร้างองค์กรบริหารการศึกษากันอีกครั้งใหญ่
ผมหวั่นเหลือเกินว่าวังวนเดิมจะกลับคืนมาใหม่ ส่วนหัว ส่วนบน ส่วนกลาง จะต้องเสียเวลาสาละวน เสียกำลังคน เสียงบประมาณไปกับการจัดสรรตำแหน่ง หาเก้าอี้ให้ลงตัวก่อนเป็นหลัก ไม่ส่งผลถึงความเข้มแข็ง คล่องตัว มีอิสระของสถานศึกษา ซึ่งเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายของระบบการศึกษาที่แท้จริง
บทเรียนกว่าสิบปีที่ผ่านมายืนยันชัดว่า การเปลี่ยนแปลงส่วนบนไม่เกิดการกระจายอำนาจบริหารการศึกษาจนส่งผลไปถึงโรงเรียนและเด็ก คุณภาพการศึกษา ผลสัมฤทธิ์จึงตกต่ำอย่างน่าใจหาย
ทิศทางและจุดเน้นของยุทธศาสตร์ที่ควรทำอย่างเร่งด่วนจึงไม่ใช่เน้นปฏิรูปโครงสร้าง แต่ต้องเป็นการปฏิรูปครู ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ ปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนในสถานศึกษาทุกระดับ และทำให้การศึกษาตลอดชีวิตเป็นจริงยิ่งขึ้น
ปฏิรูปครูปัจจุบันและพัฒนาการผลิตครูใหม่อย่างเชื่อมโยงเป็นระบบ แก้ทุกประเด็นปัญหาทั้งประสิทธิภาพการทำงาน ปลุกจิตวิญญาณสำนึกของความเป็นครู ความไม่เป็นธรรมในการบริหารบุคคล การคอร์รัปชั่นในวงการครูและระบบการศึกษาในภาพรวม
แนวทางสนับสนุนที่ต้องทำควบคู่กันไปคือ กระจายอำนาจการจัดให้มีการศึกษาให้องค์กรท้องถิ่นและหน่วยจัดการศึกษาอื่นๆ ที่มีศักยภาพให้มากที่สุด
ภายใต้เวลาจำกัด หากทำเรื่องเร่งด่วน ปฏิรูปครู ปฏิรูปการเรียนรู้และการกระจายอำนาจ
ก่อนมุ่งปฏิรูปโครงสร้าง เชื่อเหลือเกินว่า ปฏิรูปการศึกษามีความหวัง
ที่มา มติชนรายวัน

วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ค่านิยมที่พึงประสงค์ตามหลักสูตรมีอะไร

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Desired Characteristics) หมายถึง ลักษณะที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน อันเป็นคุณลักษณะที่สังคมต้องการในด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม จิตสำนึก สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ทั้งในฐานะพลเมืองและพลโลก ซึ่งหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้กำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ 8 ประการ คือ
  • รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
  • ซื่อสัตย์สุจริต
  • มีวินัย
  • ใฝ่เรียนรู้
  • อยู่อย่างพอเพียง
  • มุ่งมั่นในการทำงาน
  • รักความเป็นไทย
  • มีจิตสาธารณะ
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ได้กล่าวไว้ในมาตราที่ 23, 24 และ 26 เกี่ยวกับการจัดการศึกษา สรุปได้ว่า ต้องเน้นความสำคัญทั้งความรู้และคุณธรรม การจัดกระบวนการเรียนรู้ต้องบูรณาการความรู้ด้านต่างๆ เช่น ความรู้เกี่ยวกับตนเอง ทักษะทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย ทักษะในการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข โดยต้องผสมผสานสาระความรู้เหล่านั้นให้ได้สัดส่วนสมดุลกัน รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา และให้สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียน โดยพิจารณาพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกต พฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรมและการทดสอบ ควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอน ตามความเหมาะสมในแต่ละระดับและรูปแบบการศึกษา
ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการจึงมีนโยบายปฏิรูปการศึกษา โดยยึดคุณธรรมนำความรู้ มุ่งมั่นขยายโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างกว้างขวางและทั่วถึง โดยคำนึงถึงการพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งด้านพฤติกรรม จิตใจ และปัญญา นอกเหนือจากการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา นอกจากนี้ยังได้ส่งเสริมและสร้างความตระหนักให้ผู้เรียนมีจิตสำนึกในคุณค่าปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ความสมานฉันท์ สันติวิธี และวิถีประชาธิปไตย

การพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ทั้ง 8 ประการ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ครูผู้สอนจะเริ่มจากการศึกษานิยาม วิเคราะห์ตัวชี้วัดและพฤติกรรมบ่งชี้ของคุณลักษณะอันพึงประสงค์ทั้ง 8 ประการ รวมทั้งศึกษาข้อมูลพื้นฐานของผู้เรียนแต่ละวัย แต่ละบุคคล และนำมากำหนดแนวทางการพัฒนาให้เหมาะสมสอดคล้องในแต่ละคุณลักษณะแล้วนำคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตัวชี้วัด และพฤติกรรมบ่งชี้ที่วิเคราะห์ไว้ ไปบูรณาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โครงการต่างๆ และกิจวัตรประจำวันของผู้เรียน ดังนี้ครูจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?






วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

นโยบาย กลยุทธ์ จุดเน้น สพฐ.

นโยบาย กลยุทธ์ จุดเน้น สพฐ.

วิสัยทัศน์
              “ สพฐ. เป็นองค์กรขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศไทยให้สูงเทียบเท่าค่าเฉลี่ยของโลก เข้าสู่มาตรฐานสากล ภายในปี 2563 (ปรับ คำว่า สูงเทียบเท่าค่าเฉลี่ยของโลก ออก และใช้คำว่า เข้าสู่มาตรฐานสากล แทน)

พันธกิจ
พัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา ให้ประชากรวัยเรียนทุกคนได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ โดยเน้นการพัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ มีคุณธรรมจริยธรรม มีความสามารถตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานและการพัฒนาสู่คุณภาพระดับสากลจาก การประมวลปัญหาในรอบปี 2554 ที่ผ่านมาก็พบว่าเป็นปัญหาเดิมๆ ที่ยังแก้ไม่ตก แต่มีแนวโน้มดีขึ้น ปัญหาดังกล่าวคือ ยังมีเด็กตกหล่น ออกกลางคัน ไม่เรียนต่อ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้หลักยังไม่น่าพอใจ ขาดครูสาขาเฉพาะทางการบริหารจัดการยังขาดประสิทธิภาพ และจำนวน โรงเรียนมีมากเกินความจำเป็น
กลยุทธ์
กลยุทธ์ที่ 1. พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับตามหลักสูตรและส่งเสริมความสามารถด้านเทคโนโลยีเพื่อเป็นเครื่องมือการเรียนรู้
กลยุทธ์ที่ 2. ปลูกฝังคุณธรรม ความสำนึกในความเป็นชาติไทยและวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
กลยุทธ์ที่ 3. ขยายโอกาสทางการศึกษาให้ทั่วถึงครอบคลุมผู้เรียนได้รับโอกาสในการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ
กลยุทธ์ที่ 4. พัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบ
กลยุทธ์ที่ 5. พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการตามแนวทางการกระจายอำนาจ ตามหลักธรรมาภิบาล
กลยุทธ์ที่ 6. พัฒนาการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาในเขตพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่ยากลำบาก
10  จุดเน้น สพฐ. ปี 2556

จุดเน้นที่ 1 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้หลักเพิ่มขึ้น โดยผลการทดสอบระดับชาติ (O-NET) เพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 3 (Student Achievement ) 
จุดเน้นที่ 2 เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการเตรียมความพร้อมด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยอย่างมีคุณภาพ (EQ : Emotion Quotient)
จุดเน้นที่ 3 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ทุกคนอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อ่านคล่อง เขียนคล่อง และมีทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน (Literacy, Numeracy & Reasoning Abilities)
จุดเน้นที่ 4 นักเรียนทุกคนมีความสำนึกในความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ และอยู่อย่างพอเพียง(Sufficiency & Public Mind)
จุดเน้นที่ 5 นักเรียนที่มีความสามารถด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศิลปศาสตร์ทุกคนได้รับการส่งเสริมให้มีความเป็นเลิศ (Excel to Excellence)
จุดเน้นที่ 6 ประชากรวัยเรียนทุกคน มีโอกาสเข้าถึงบริการทางการศึกษา ด้วยทางเลือกที่หลากหลาย เพื่อลดอัตราเด็กตกหล่น ออกกลางคัน ส่งเสริมการเรียนต่อหรือประกอบอาชีพ (Alternative Access)
จุดเน้นที่ 7 นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกคน และสถานศึกษาทุกแห่งในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ
จุดเน้นที่ 8 นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกคน มีความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงในสังคมพหุวัฒนธรรม (ASEAN Community)
จุดเน้นที่ 9. สถานศึกษาทุกแห่งได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ มีระบบประกันคุณภาพภายในที่เข้มแข็งและได้รับการรับรองจากการประเมินคุณภาพภายนอก (Quality Schools) 
จุดเน้นที่ 10. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งมีคุณภาพตามมาตรฐานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (Effective Service Areas)

วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

การนิเทศโครงร่างองค์กรขอนแก่นวิทยายน

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นวันกำหนดการที่คณะกรรมการนิเทศโครงร่างองค์กรจากศูนย์ประสานงานการพัฒนาโรงเรียนมาตรฐานสากลคณะที่ 7 กำหนดให้มีการนิเทศโครงร่างองค์กรโรงเรียนขอนแก่นวิทยายนครั้งที่ 1 เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเขียนโครงร่างองค์กรที่ถูกต้องนำเสนอรับการประเมิน OBECQA ต่อไป  สาระสำคัญของการนิเทศครั้งนี้คือ

1.นิเทศการเขียนโครงร่างองค์กรสถานศึกษา
2.ให้ข้อชี้แนะในการปรับปรุงโครงร่างองค์กรของสถานศึกษา
3.แลกเปลี่ยนเรียนรู้การเขียนโครงร่างองค์กรสถานศึกษา

ผลการนิเทศ ทำให้โรงเรียนได้ข้อคิดในการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสมต่อไป